หากคุณเป็นคนที่โตมากับการ์ตูนในยุค 2000s ชื่อของ 'เบ็นเท็น' คงไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคุณ และเมื่อปี 2016 การ์ตูนเรื่องนี้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบรีบูตที่สดใสกว่าเดิม แต่ยังคงแก่นของความสนุกและการผจญภัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ซีรีส์ 'Ben 10' เวอร์ชั่นใหม่นี้จะทำให้คุณย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง หรือถ้าคุณไม่เคยรู้จักมาก่อน ก็อาจจะกลายเป็นแฟนคลับคนใหม่ก็ได้
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
เรื่องราวของ 'เบ็นเท็น' (2016) ยังคงดำเนินตามพล็อตเดิมที่คุ้นเคย: เบ็น เท็นนีย์สัน เด็กหนุ่มวัย 10 ขวบที่กำลังใช้ชีวิตในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ได้ค้นพบนาฬิกาต่างดาวชื่อ 'ออมนิทริกซ์' ซึ่งทำให้เขาสามารถแปลงร่างเป็นเอเลี่ยนทรงพลังมากมายถึง 10 ตัวได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภารกิจของเบ็นคือการปกป้องโลกและจักรวาลจากวายร้ายต่างๆ ไปพร้อมกับการใช้ชีวิตวัยเด็กที่เต็มไปด้วยความสนุกและการเรียนรู้
ซีรีส์เวอร์ชั่นนี้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเด็กยุคใหม่มากขึ้น เช่น ดีไซน์ตัวละครที่ดูทันสมัยขึ้น และการเพิ่มมุขตลกที่รวดเร็วทันใจ แต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของต้นฉบับเอาไว้ได้ดี เช่น ความสัมพันธ์ของเบ็นกับเกวนลูกพี่ลูกน้องและแม็กซ์คุณปู่ที่คอยสนับสนุนอยู่เสมอ
งานการแสดงและตัวละคร
แม้จะเป็นแอนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงก็ถือเป็นหัวใจสำคัญของซีรีส์เรื่องนี้ และ 'เบ็นเท็น' (2016) ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ทีมพากย์เสียงหลักอย่าง Tara Strong ที่กลับมารับบทเบ็นอีกครั้งก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ถ่ายทอดความซุกซน ความมั่นใจ และความไร้เดียงสาของเด็กวัย 10 ขวบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ขณะที่ Montse Hernandez ในบทเกวนก็เสริมความฉลาดและความห่วงใยได้ดี ส่วน David Kaye ในบทคุณปู่แม็กซ์ก็อบอุ่นและน่าเคารพ
ตัวละครเอเลี่ยนแต่ละตัวก็มีบุคลิกเฉพาะตัวที่โดดเด่น เช่น Diamondhead ที่ให้เสียงโดย Roger Craig Smith ที่ทรงพลัง หรือ XLR8 ที่เร็วปรื๊อให้เสียงโดย Josh Keaton ทุกเสียงล้วนมีชีวิตชีวาและช่วยเพิ่มความสนุกให้กับการดู
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ในด้านภาพ 'เบ็นเท็น' (2016) มาในสไตล์ที่สดใส สีสันจัดจ้าน และเส้นสายที่ดูสะอาดตา เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายเด็กยุคใหม่ ฉากแอ็คชั่นถูกออกแบบให้มีชีวิตชีวาและเข้าใจง่าย แม้จะไม่ได้มีรายละเอียดที่ซับซ้อนเท่าแอนิเมชั่นญี่ปุ่น แต่ก็มีลูกเล่นที่สนุกและน่าติดตาม
เพลงประกอบและดนตรีในซีรีส์ก็ถูกปรับให้ทันสมัยขึ้น มีจังหวะที่สนุกสนานและเร้าใจ ช่วยเสริมอารมณ์การผจญภัยได้อย่างลงตัว โดยรวมแล้วงานโปรดักชั่นถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับมาตรฐานของ Cartoon Network
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ในฐานะที่เป็นรีบูต 'เบ็นเท็น' (2016) มีภารกิจที่ยากคือการสร้างความประทับใจให้ทั้งแฟนเก่าและเด็กยุคใหม่ กองบรรณาธิการมองว่าซีรีส์นี้ทำได้ดีในแง่ของการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย โดยเฉพาะการย่อเรื่องให้กระชับขึ้นและเพิ่มมุขตลกที่รวดเร็ว ซึ่งเหมาะกับเด็กที่มีสมาธิสั้นในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับแฟนพันธุ์แท้ที่โตมากับเวอร์ชั่นดั้งเดิม อาจรู้สึกว่าซีรีส์นี้สูญเสียความลึกและความจริงจังบางอย่างไป โดยเฉพาะพัฒนาการของตัวละครที่ดูตื้นเขินกว่าเดิม แต่นั่นก็เป็นทางเลือกที่เข้าใจได้เพราะกลุ่มเป้าหมายหลักคือเด็กอายุ 6-12 ปี โดยรวมแล้ว 'เบ็นเท็น' (2016) ยังคงเป็นซีรีส์ที่สนุกและมีคุณค่าในการปลูกฝังจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้เด็กๆ
สรุป
เบ็นเท็น (2016) เป็นรีบูตที่ทำหน้าที่ของมันได้ดีในฐานะการ์ตูนเด็กที่สนุก สีสันสดใส และเต็มไปด้วยจินตนาการ แม้แฟนเก่าอาจต้องปรับตัวกับความเบาสมองของเนื้อเรื่อง แต่สำหรับเด็กยุคใหม่หรือคนที่อยากหาอะไรดูเพลินๆ ในเวลาว่าง เรื่องนี้ก็คือตัวเลือกที่ใช่
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +แอนิเมชั่นสีสันสดใส ดูง่าย สนุก
- +ทีมพากย์เสียงยังคงคุณภาพเยี่ยม โดยเฉพาะ Tara Strong
- +เนื้อหาสั้นกระชับ เหมาะกับเด็กยุคใหม่
- +มุขตลกและการดำเนินเรื่องรวดเร็ว ไม่น่าเบื่อ
👎 จุดด้อย
- −แฟนเก่าอาจคิดถึงความจริงจังและการพัฒนาตัวละครที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
- −จำนวนเอเลี่ยนในออมนิทริกซ์ลดลงเหลือ 10 ตัว (จากเดิมที่มีมากกว่า)
- −บางตอนเนื้อหาซ้ำซากและเดาทางได้ง่าย
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เวอร์ชั่น 2016 มีการปรับดีไซน์ตัวละครให้ดูทันสมัยขึ้น เนื้อเรื่องสั้นกระชับขึ้น มุขตลกเยอะขึ้น และออมนิทริกซ์มีเอเลี่ยนแค่ 10 ตัวเท่านั้น
เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6-12 ปี แต่ผู้ใหญ่ที่ชอบการ์ตูนแนวผจญภัยก็สามารถดูเพลินๆ ได้
มีทั้งหมด 4 ซีซั่น รวม 166 ตอน
เบ็นให้เสียงโดย Tara Strong เช่นเดียวกับเวอร์ชั่นดั้งเดิม